เลือกและติดตั้งระบบ CRM
ช่วยเลือกว่าควรใช้ CRM สำเร็จรูปเจ้าไหน หรือควรพัฒนาเฉพาะองค์กร โดยดูจากขนาดทีม งบประมาณ และความซับซ้อนของกระบวนการขาย แล้วติดตั้งและตั้งค่าให้พร้อมใช้
ระบบ CRM ล้มเหลวส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเพราะซอฟต์แวร์ไม่ดี แต่ล้มเพราะไม่มีใครใช้ เราวางระบบเก็บข้อมูลลูกค้าและการตลาดอัตโนมัติที่ออกแบบจากวิธีทำงานจริงของทีมคุณ ไม่ใช่ยัดกระบวนการสำเร็จรูปให้ทำตาม

เซลส์ลาออกทีข้อมูลลูกค้าหายไปด้วย รายชื่ออยู่กระจัดกระจายทั้งใน Excel, LINE ส่วนตัว และนามบัตร
ถามความคืบหน้าทีต้องไล่ถามทีละคน ไม่มีภาพรวมว่าเดือนนี้จะปิดได้เท่าไรจนกว่าจะถึงสิ้นเดือน
มีฐานลูกค้าเดิมอยู่เยอะแต่ไม่ได้ติดต่อกลับอย่างเป็นระบบ ปล่อยให้หายไปโดยไม่รู้ตัว
ลงทุนไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ทีมกลับไปใช้ Excel เหมือนเดิมเพราะระบบกรอกยากและไม่ตรงกับงานจริง
ช่วยเลือกว่าควรใช้ CRM สำเร็จรูปเจ้าไหน หรือควรพัฒนาเฉพาะองค์กร โดยดูจากขนาดทีม งบประมาณ และความซับซ้อนของกระบวนการขาย แล้วติดตั้งและตั้งค่าให้พร้อมใช้
ปรับขั้นตอนในระบบให้ตรงกับวิธีขายจริงของทีม กำหนดข้อมูลที่ต้องกรอกให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เซลส์ยอมใช้ ไม่ใช่รู้สึกว่าเป็นภาระเพิ่ม
ต่อ LINE OA, เว็บไซต์, อีเมล และโฆษณาออนไลน์เข้ากับ CRM ให้ลูกค้าที่ทักเข้ามาถูกบันทึกเป็นรายชื่อโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องคีย์มือและไม่มีใครตกหล่น
ตั้งเงื่อนไขให้ระบบติดตามลูกค้าเองตามพฤติกรรม เช่น ส่งข้อมูลเพิ่มเมื่อลูกค้าดูสินค้าแล้วยังไม่ตัดสินใจ หรือแจ้งเตือนเซลส์เมื่อดีลเงียบเกินกำหนด
ใช้ข้อมูลจริงในระบบจัดกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรมและโอกาสปิดการขาย ให้ทีมรู้ว่าควรโทรหาใครก่อน และควรเสนออะไรกับลูกค้ากลุ่มไหน
สร้างรายงาน pipeline อัตราปิดการขาย และการคาดการณ์รายได้ ที่ผู้บริหารเปิดดูได้เองทุกวัน แทนการรอสรุปตอนสิ้นเดือน
ติดตามดีลที่ใช้เวลาตัดสินใจนาน เก็บประวัติการคุยทุกครั้ง และคาดการณ์รายได้รายไตรมาสได้แม่นขึ้น
จัดการผู้สนใจจากหลายโครงการ กระจายให้เซลส์อัตโนมัติ และติดตามจนถึงวันโอน
รวมข้อมูลลูกค้าจากหน้าร้านและออนไลน์ ทำระบบสมาชิกและแคมเปญกระตุ้นการซื้อซ้ำ
บริหารรอบการต่ออายุกรมธรรม์ แจ้งเตือนล่วงหน้าอัตโนมัติ และเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มตามโปรไฟล์ลูกค้า
ติดตามการต่อสัญญา ตรวจจับลูกค้าที่มีสัญญาณจะเลิกใช้ และวางแผนรักษาลูกค้าไว้ล่วงหน้า
ดูแลผู้สนใจตั้งแต่สมัครรับข้อมูลจนถึงลงทะเบียนเรียน พร้อมติดตามผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจอัตโนมัติ
โปร่งใสทุกขั้น รู้ตั้งแต่ต้นว่ากำลังจ่ายเงินไปกับอะไร
นั่งคุยกับเซลส์และผู้จัดการฝ่ายขาย เก็บขั้นตอนจริงตั้งแต่ได้รายชื่อจนปิดการขาย และหาสาเหตุที่ระบบเดิมไม่ถูกใช้
เสนอทางเลือกระบบพร้อมข้อดีข้อเสียและค่าใช้จ่ายระยะยาว แล้วออกแบบขั้นตอนขาย ฟิลด์ข้อมูล และสิทธิ์การเข้าถึง
ตั้งค่าระบบ ย้ายข้อมูลลูกค้าเดิมพร้อมทำความสะอาด เชื่อม LINE OA และเว็บไซต์ แล้วตั้งระบบติดตามอัตโนมัติ
อบรมทีมขาย ติดตามการใช้งานจริงในเดือนแรก แล้วปรับระบบตามเสียงสะท้อน เพราะการใช้จริงคือตัวชี้วัดความสำเร็จ
เราไม่ขายแพ็กเกจสำเร็จรูป เพราะขอบเขตงานของแต่ละองค์กรต่างกันมาก ค่าใช้จ่ายประเมินจากจำนวนระบบที่ต้องเชื่อมต่อ ปริมาณและความสะอาดของข้อมูล จำนวนผู้ใช้งาน และระดับการดูแลหลังส่งมอบ เราจะสรุปขอบเขตและงบประมาณเป็นลายลักษณ์อักษรให้ก่อนเริ่มงานเสมอ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงระหว่างทาง
ประเมินขอบเขตและงบประมาณเบื้องต้นให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
เลือกเครื่องมือตามโจทย์ ไม่ผูกขาดกับเจ้าใดเจ้าหนึ่ง
CRM ย่อมาจาก Customer Relationship Management หรือการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ในทางปฏิบัติคือระบบที่เก็บข้อมูลลูกค้า ประวัติการติดต่อ และสถานะของดีลไว้ที่เดียว เพื่อให้ทั้งทีมเห็นภาพเดียวกันว่าลูกค้าแต่ละรายคุยถึงไหนแล้วและขั้นต่อไปคืออะไร
Excel เก็บข้อมูลได้แต่ไม่มีประวัติการติดต่อ ไม่แจ้งเตือน และหลายคนแก้พร้อมกันไม่ได้ ส่วน ERP เน้นงานหลังบ้านอย่างบัญชี สต๊อก และการผลิต ขณะที่ CRM เน้นงานหน้าบ้านคือการขายและดูแลลูกค้า องค์กรส่วนใหญ่ใช้ทั้ง ERP และ CRM ร่วมกันโดยเชื่อมข้อมูลถึงกัน
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือระบบถูกออกแบบตามตำราแทนที่จะตามวิธีทำงานจริง ทำให้เซลส์ต้องกรอกข้อมูลเยอะโดยไม่เห็นประโยชน์กับตัวเอง สุดท้ายจึงกลับไปใช้ Excel เราจึงเริ่มจากการนั่งดูวิธีขายจริงก่อน ออกแบบให้กรอกน้อยที่สุด และทำให้เซลส์ได้ประโยชน์กลับ เช่น ระบบเตือนว่าควรตามใครวันนี้
ได้ เราย้ายข้อมูลจาก Excel, Google Sheets หรือ CRM เดิมเข้าระบบใหม่ พร้อมทำความสะอาดระหว่างทาง เช่น รวมรายชื่อซ้ำ แก้รูปแบบเบอร์โทร และเติมข้อมูลที่ขาด งานนี้มักใช้เวลามากกว่าที่คาด เราจึงประเมินสภาพข้อมูลให้ดูก่อนเสมอ
ส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้สำเร็จรูปก่อน เพราะเริ่มได้เร็วและมีคนดูแลต่อ การพัฒนาเองเหมาะกับกรณีที่กระบวนการขายเฉพาะทางมาก มีผู้ใช้จำนวนมากจนค่าใบอนุญาตสูงเกินไป หรือมีข้อกำหนดว่าข้อมูลต้องอยู่ในองค์กรเท่านั้น เราจะเทียบค่าใช้จ่ายระยะสามปีทั้งสองทางให้ดูก่อนตัดสินใจ
ได้ และเป็นสิ่งที่แนะนำให้ทำในตลาดไทย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ทักผ่าน LINE เมื่อเชื่อมแล้ว คนที่ทักเข้ามาจะถูกบันทึกเป็นรายชื่อในระบบอัตโนมัติ พร้อมประวัติการสนทนา ทำให้เซลส์รับช่วงต่อได้โดยไม่ต้องถามข้อมูลซ้ำ
มีสองส่วนคือค่าใบอนุญาตของตัว CRM ซึ่งมักคิดต่อผู้ใช้ต่อเดือน กับค่าวางระบบครั้งแรกซึ่งขึ้นกับจำนวนช่องทางที่เชื่อม ความซับซ้อนของกระบวนการ และปริมาณข้อมูลที่ต้องย้าย เราจะเทียบค่าใช้จ่ายรวมสามปีของแต่ละทางเลือกให้เห็นชัดก่อนตัดสินใจ
เราออกแบบให้มีการขอความยินยอมก่อนเก็บข้อมูล กำหนดสิทธิ์ว่าใครเห็นข้อมูลลูกค้าได้บ้าง เก็บบันทึกว่าใครเข้าดูหรือแก้ไขอะไร ตั้งระยะเวลาเก็บข้อมูล และรองรับกรณีลูกค้าขอให้ลบหรือขอดูข้อมูลของตัวเองตามสิทธิ์ใน PDPA
เล่ากระบวนการขายของคุณให้เราฟัง เราจะเสนอว่าควรใช้ระบบไหนและเริ่มจากตรงไหน
ปรึกษาฟรี